Thai (ภาษาไทย)

บทความทางวิชาการ

บทความทางวิชาการ » บทความทางวิชาการ

ผลลัพธ์ 1 - 10 จาก 45

บทความทางวิชาการ/กฎหมายการปกครองและรัฐธรรมนูญ

มานิตย์ จุมปา
รองศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
๓๐ มกราคม ๒๕๕๗

การเลือกตั้งทั่วไปที่จะจัดขึ้นในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ อันเป็นการเลือกตั้งเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลังจากมีการยุบสภานั้น มีกระแสในสังคมเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งจำนวนมากที่ก่อให้เกิดความสับสนและมีการถามกันจำนวนมากว่าความจริงเป็นดังเช่นที่กล่าวไว้หรือไม่ งานเขียนนี้จึงเขียนขึ้นเพื่อไขข้อสงสัยต่าง ๆ ที่สังคมตั้งคำถามกัน จึงจัดทำในรูปแบบคำถามและคำตอบ เพื่อให้ตรงกับท่านผู้อ่านที่ส่งสัยในแต่ละประเด็น ...

Download PDF : บทความฉบับเต็ม

พฤหัสบดี, 30 มกราคม 2014 | 211 hits | พิมพ์ | PDF
บทความทางวิชาการ/กฎหมายการปกครองและรัฐธรรมนูญ

มานิตย์ จุมปา
รองศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
๔ เมษายน ๒๕๕๖

บทสรุปและข้อเสนอแนะ

ประเด็นสำคัญที่พิจารณาในบทความนี้ คือ หากรัฐสภาในฐานะผู้แทนของปวงชน ไม่เห็นด้วยกับแนวบรรทัดฐานการตีความรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ วรรคสอง ของศาลรัฐธรรมนูญ รัฐสภาจะสามารถแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความชัดเจนได้หรือไม่ เช่น อาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยใช้ถ้อยคำว่า “ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรหนึ่ง ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว” เป็นต้น หรือหากมีความห่วงใยว่า อัยการอาจพิจารณาคำร้องพิทักษ์รัฐธรรมนูญล่าช้าจนไม่ทันการณ์ ก็อาจแก้ไขเพิ่มเติมโดยใช้ถ้อยคำว่า “ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรหนึ่ง ผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าว โดยอัยการสูงสุดต้องพิจารณาเพื่อคำร้องโดยเร็วภายในเวลาไม่เกินสิบวัน หากล่วงเลยเวลาดังกล่าวแล้ว อัยการสูงสุดยังไม่มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคำร้องที่ยื่นดังกล่าวนั้น ให้ผู้ที่ยื่นคำร้องมีสิทธิยื่นคำร้องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทำดังกล่าวได้ แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว”

ผู้เขียนเห็นว่า จากการพิจารณามาทั้งหมดในบทความนี้ ทั้งตัวอย่างที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ คือ สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นต้นแบบของรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรฉบับแรกของโลก และการแก้ไขหรือกลับแนวคำตัดสินของศาลโดยการใช้โอกาสในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือกลับแนวคำวินิจฉัยของศาลฎีกาหรือศาลรัฐธรรมนูญที่ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญไม่เห็นพ้องด้วยกับแนวคำตัดสินดังกล่าว ทำให้เห็นได้ว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจตุลาการในการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาท แต่อำนาจตุลาการก็หาใช่อำนาจที่ไม่อาจถ่วงดุลได้ เพราะมิฉะนั้นแล้วจะขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจ (separation of powers) ดังนั้น ภายใต้หลักการแบ่งแยกอำนาจ รัฐสภาผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติและเป็นผู้ได้รับมอบอำนาจในการแก้ไขเพิ่มรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ ย่อมมีอำนาจที่จะพิจารณาดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๕๐ มาตรา ๖๘ วรรคสอง ให้มีความชัดเจนได้ โดยการแก้ไขนี้ต้องกอร์ปไปด้วยเจตนาสุจริตที่จะหวังถ่วงดุลอำนาจตุลาการ ไม่มีเจตนาแอบแฝงเพื่อการอื่นใดที่ไม่สุจริต เป็นการแก้ไขเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์เช่นใด ทั้งนี้ โดยการแก้ไขเพิ่มเติมนี้จะไม่มีผลกระทบต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑๘-๒๒/๒๕๕๕ ที่ได้ตัดสินไปแล้ว

Download PDF : บทความฉบับเต็ม

พฤหัสบดี, 04 เมษายน 2013 | 248 hits | พิมพ์ | PDF
บทความทางวิชาการ/กฎหมายการปกครองและรัฐธรรมนูญ

มานิตย์ จุมปา
รองศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๕

บทความนี้จะกล่าวถึงความเป็นมาของปัญหาการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่กำลังมีประเด็นอยู่ในขณะนี้ และวิเคราะห์ว่าองค์กรใดเป็นผู้มีอำนาจในการดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๕

พุธ, 26 ธันวาคม 2012 | 565 hits | พิมพ์ | PDF | อ่านเพิ่มเติม...
บทความทางวิชาการ/กฎหมายการปกครองและรัฐธรรมนูญ

มานิตย์ จุมปา
รองศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๕

๑.  บทนำ
จากกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อต่าง ๆ กรณีการประชุมเพื่อปลดประธานสภาอุตสหาหกรรมแห่งประเทศไทยนั้น มีข้อเท็จจริงโดยสรุปว่า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้มีการส่งจดหมายลงวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ แจ้งกำหนดการประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่ ๙/๒๕๕๕ ในวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เวลา ๑๕.๐๐ น. ณ ห้อง Meeting Room ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้มีหนังสือแจ้งเลื่อนการประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่ ๙/๒๕๕๕ ออกไปก่อน เนื่องจากมีเหตุการณ์ชุมนุมในทางการเมืองและมีความขัดแย้งภายในสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

การแจ้งเลื่อนการประชุมมีการแจ้งให้กรรมการทราบทางอีเมล์และส่ง SMS แจ้งกรรมการทุกคน หลายครั้ง และในวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้ทำป้ายประกาศเลื่อนการประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรม แจ้งให้ทราบทั่วกัน ณ สถานที่ทำการของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หน้าห้องประชุม Meeting Room และบริเวณรอบศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

แต่อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่ามีกรรมการจำนวนหนึ่งที่ต้องการให้มีการประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยต่อไป มารอที่หน้าห้องประชุม แต่ไม่สามารถเข้าห้องประชุมได้ จึงได้นั่งประชุมที่หน้าห้องประชุม และมีการลงคะแนนเสียงปลดนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล จากตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยให้เหตุผลว่า นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ในฐานะประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยไม่สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายในการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ๓๐๐ บาท และมีการลงมติเลือกนายสันติ วิลาสศักดานนท์ เป็นประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคนใหม่

จากข้อเท็จจริงที่ปรากฎข้างต้นมีประเด็นข้อกฎหมายสำคัญที่น่าสนใจ ๓ ประเด็น ได้แก่
ประเด็นที่ ๑ การสั่งเลื่อนการประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่ ๙/๒๕๕๕ เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ประเด็นที่ ๒ การประชุมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่ไม่มีการกำหนดวาระเพื่อพิจารณาในเรื่องการปลดประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นการประชุมที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ประเด็นที่ ๓ คณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีอำนาจในการลงมติปลดประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยหรือไม่

พุธ, 12 ธันวาคม 2012 | 438 hits | พิมพ์ | PDF | อ่านเพิ่มเติม...
บทความทางวิชาการ/กฎหมายการปกครองและรัฐธรรมนูญ

มานิตย์ จุมปา
รองศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๓

ในวาระโอกาสวันรัฐธรรมนูญเวียนมาบรรจบอีกครั้ง คำถามหนึ่งที่มีการตั้งขึ้นเพื่อสนทนากันในวันโอกาสดังกล่าวนี้ คือ “รัฐธรรมนูญไทย” ในความใฝ่ฝันของท่านนั้น ควรจะมีหลักการและเนื้อหาเป็นเช่นใด หัวข้อสนทนาเช่นนี้นับได้ว่า เป็นหัวข้อที่น่าสนใจ เพราะเมื่อคนเรามีความฝัน ยิ่งฝันไกลเท่าได้ แล้วมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงฝัน ก็จะก่อให้เกิดพลังที่สร้างสรรค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีความฝันถึงรัฐธรรมนูญไทย

รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่เป็นรากฐานของประเทศซึ่งก่อตั้งสถาบันทางการเมือง กำหนดขอบเขตอำนาจรัฐ และกำหนดหลักประกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชน โดยเนื้อหาของรัฐธรรมนูญนั้นจะกำหนดโครงสร้างกลไกพื้นฐานในการจัดองค์กรบริหารของรัฐ เช่น รัฐสภา ประธานาธิบดีหรือคณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่น ๆ อีกทั้งความสัมพันธ์ขององค์กรดังกล่าวต่อกันหรือต่อประชาชน ตลอดจนบัญญัติรับรองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน อนึ่ง ด้วยเหตุที่แต่ละประเทศนั้นจะมีการกำหนดสถานะหรือศักดิ์ของกฎหมายของรัฐธรรมนูญให้เป็นกฎหมายที่มีสถานะเป็นกฎหมายสูงสุด (supreme law of the land) ของประเทศ ซึ่งกฎหมายอื่นใดจะขัดหรือแย้งไม่ได้

ศุกร์, 10 ธันวาคม 2010 | 950 hits | พิมพ์ | PDF | อ่านเพิ่มเติม...
บทความทางวิชาการ/กฎหมายการปกครองและรัฐธรรมนูญ

มานิตย์ จุมปา
รองศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
๔ ธันวาคม ๒๕๕๓

ในระหว่างที่เฝ้ารอการเผยแพร่คำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคอย่างเป็นทางการนั้น มีประเด็นที่น่าสนใจที่จะศึกษา คือ ในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ยกคำร้องนั้น มีผู้แสดงความคิดเห็นจับใจความได้ในทำนองว่า “ในคดีที่มีการร้องขอให้ยุบพรรคการเมืองคดีอื่น ๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรค ที่มีลักษณะข้อกฎหมายใกล้เคียงกัน ศาลไม่ได้หยิบยกประเด็นเรื่องที่นายทะเบียนพรรคการเมืองมีความเห็นว่ามีความปรากฏว่ามีเหตุปรากฏให้ยุบพรรคการเมืองต่อตนแล้วเสนอความเห็นไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อให้ความเห็นชอบในการส่งเรื่องต่อไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แล้วเหตุใดจึงมาหยิบยกในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ นอกจากนั้น ในเรื่องระยะเวลา ๑๕ วันที่ในคำวินิจฉัยยุบพรรคประชาธิปัตย์ให้เหตุผลว่า เมื่อไม่ได้มีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน ๑๕ วันนับแต่ความปรากฏว่ามีเหตุยุบพรรคต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง จึงให้ยกคำร้อง ในคดียุบพรรคอื่น ๆ ก็ยื่นเกิน ๑๕ วันเช่นเดียวกัน ไม่เห็นจะมีการหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพิจารณายกคำร้องแต่อย่างใด”

อังคาร, 07 ธันวาคม 2010 | 709 hits | พิมพ์ | PDF | อ่านเพิ่มเติม...
บทความทางวิชาการ/กฎหมายทั่วไป

โดย  รองศาสตราจารย์มานิตย์ จุมปา

สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องตัดสินคดียุบพรรคการเมือง แล้วปรากฏว่ามีการเผยแพร่คลิปวิดีโอจนกระทั่งทำให้เกิดปัญหาความเชื่อมั่นต่อความเป็นกลางของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ท่ามกลางวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ปรากฏว่ามีการให้สัมภาษณ์ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งถึงกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่านถูกข่มขู่คุกคามทางโทรศัพท์ทั้งที่บ้านและที่ทำงานโดยถึงระดับขู่ที่จะทำร้ายถึงชีวิต และได้มีการถามหาฝ่ายบ้านเมืองว่ามีมาตรการดูและศาลบ้างหรือไม่ ซึ่งการให้สัมภาษณ์เช่นนี้ ทำให้เกิดข้อน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า บุคคลที่เป็นตุลาการซึ่งต้องทำหน้าที่อำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม จำเป็นต้องดำรงตนให้เป็นกลาง แต่ความเป็นกลางจะเกิดขึ้นได้ยาก หากตุลาการยังถูกข่มขู่คุกคาม และตกอยู่ในสภาพที่ต้องหวั่นไหวกับภัยที่อาจเกิดขึ้นกับตนเองหรือครอบครัว แม้จะมีคำสอนให้แก่ผู้พิพากษาตุลาการสืบต่อกันว่า “ให้รักษาความยุติธรรมจนกว่าชีวิตจะหาไม่” และผู้พิพากษาตุลาการยึดมั่นในคำสอนนี้ แต่เมื่อผู้พิพากษาตุลาการถูกข่มขู่คุกคาม สังคมย่อมเกิดความสงสัยว่า เมื่อมีการข่มขู่คุกคามเช่นนี้ ผู้พิพากษาตุลาการจะไม่หวั่นไหวหรือเกรงกลัวต่อการข่มขู่คุกคามบ้างหรือ การข่มขู่คุกขามนั้นจะกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

ศุกร์, 22 ตุลาคม 2010 | 626 hits | พิมพ์ | PDF | อ่านเพิ่มเติม...
บทความทางวิชาการ/กฎหมายการปกครองและรัฐธรรมนูญ
โดย  รองศาสตราจารย์มานิตย์ จุมปา

          ในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ จะมีการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดี สำคัญที่เป็นที่จับตามองทั้งของคนไทยและคนต่างประเทศ ก่อนมีคำพิพากษาก็จะมีการให้ความเห็น และวิพากวิจารณ์เกี่ยวกับแนวคำตัดสินของศาล ประดุจดังจะทำนายหรือพยากรณ์ อีกทั้งบางกรณีมีลักษณะออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่ล่อแหลมว่าผู้พูดต้องการ แอบแฝงไว้ด้วยเจตนาอื่น ๆ หรือไม่ และเชื่อว่าภายหลังจากที่ศาลได้อ่านคำตัดสิน คำวิพากษ์วิจารณ์ก็ย่อมจะเกิดขึ้นได้อีก จึงมีประเด็นในทางกฎหมายที่น่าสนใจว่า การวิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีที่อยู่ในศาล คดีที่ศาลตัดสินไปแล้ว จะกระทำได้เพียงใด โดยไม่เป็นความผิดหรือเสี่ยงต่อการต้องรับผิดในทางกฎหมาย
อังคาร, 23 มีนาคม 2010 | 3953 hits | พิมพ์ | PDF | อ่านเพิ่มเติม...
บทความทางวิชาการ/กฎหมายระหว่างประเทศ
โดย รองศาสตราจารย์มานิตย์ จุมปา

กรณีที่ศาลปกครองมี คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้ามคณะรัฐมนตรี (ครม.) นำแถลงการร่วมไทย-กัมพูชา รวมทั้งระงับการกระทำใดๆ ที่จะดำเนินการร่วมกับกัมพูชาจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด (ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ ๖๕๓/๒๕๕๑ กำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษา ระหว่าง นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ผู้ฟ้องคดีที่ ๑ และพวกรวม ๙ คน กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑คณะรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ กรณีผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ ได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา กรณีการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก (สามารถอ่านคำสั่งศาล ฉบับเต็มได้ที่ http://www.admincourt.go.th/attach/news_attach/2008/06/s51-0984-o01.pdf หรือไฟล์แนบด้านล่างบทความนี้)
อังคาร, 15 กรกฏาคม 2008 | 5898 hits | พิมพ์ | PDF | อ่านเพิ่มเติม...
บทความทางวิชาการ/กฎหมายการปกครองและรัฐธรรมนูญ

โดย  รองศาสตราจารย์ธงทอง จันทรางศุ

ในช่วงเวลานี้สังคมไทยกำลังอภิปรายถกเถียงกันเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ  ที่จะกำหนดเป็นกติกาของบ้านเมืองในร่างรัฐธรรมนูญฉบับ ใหม่  ที่ยกร่างกันอยู่ในขณะนี้  หนึ่ง ในประเด็นที่หลากหลายและดูเหมือนว่าจะเป็นประเด็นที่ “ร้อน แรง” อยู่มิใช่น้อยคือ  ข้อ เสนอจากคณะพระภิกษุสงฆ์และญาติโยมอีกจำนวนมาก  ที่ อยากจะให้เพิ่มเติมบทบัญญัติว่า “พระพุทธศาสนาเป็น ศาสนาประจำชาติ”  ลงไว้ใน ร่างรัฐธรรมนูญด้วย เหตุผลนานัปการ  ซึ่งคงจะได้ยินได้ฟังกันมาบ้างแล้ว

พฤหัสบดี, 17 พฤษภาคม 2007 | 3077 hits | พิมพ์ | PDF | อ่านเพิ่มเติม...


เริ่มแรก ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 ถัดไป สุดท้าย
หน้า 1 จาก 5

llm_logo

lawjournal st_program
ALIN


wadwong

แวดวง "ฬ" News

กิจกรรมบริการวิชาการ

  • 1
  • 2
  • 3
  • 4

แสดงความยินดี

  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
email11
email21